» Creativity Case Study จากญี่ปุ่น : “แตงโมสี่เหลี่ยม”

ไม่กี่ปีก่อน นักการตลาดชาวญี่ปุ่นสร้างความฮือฮาแก่ชาวโลกโดยนำเสนอผลไม้ชนิดใหม่ แตงโมสี่เหลี่ยม มันก็คือแตงโมดีๆ นี่เอง แต่มีจุดแตกต่างจากแตงโมทั่วไปตรงที่มันเป็นทรงลูกบาศก์

เหตุผลหลักที่ชาวไร่ญี่ปุ่นทำเช่นนี้เพราะ แตงโมสี่เหลี่ยมใช้พื้นที่ในตู้เย็นน้อยกว่าแตงโมลูกกลม ขนาดของแตงโมสี่เหลี่ยมวางบนชั้นในตู้เย็นได้เหมาะเจาะพอดี

ผลพลอยได้คือมันสร้างความน่าสนใจในตัวมันเอง และกลายเป็นแฟชั่นไป กินแตงโมสี่เหลี่ยมแล้วเท่เป็นบ้า! และที่สำคัญที่สุดในมุมมองของนักการตลาดกับชาวไร่ก็คือราคาแตงโมสี่เหลี่ยม ลูกละหนึ่งหมื่นเยน แพงกว่าแตงโมกลมถึงสี่-ห้าเท่า

เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองสามตัว!

—-

หากวิเคราะห์ดูแตงโมสี่เหลี่ยมแล้ว จะพบว่ามันไม่มีอะไร ‘ใหม่’ เลย วิธีการปลูกก็ไม่ใหม่ เพียงแต่ให้ผลแตงโมเติบโตภายในกล่องแก้วทรงลูกบาศก์ ไม่ต้องใช้ปุ๋ยพิเศษ สีสันรสชาติก็เหมือนเดิม แต่การมองเห็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งเท่านั้นทำให้ความธรรมดากลายเป็นความพิเศษในทันที

แตงโมสี่เหลี่ยมจะไม่มีวันปรากฏในโลกหากไม่มีใครคนหนึ่งมองเห็นโอกาสเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในตู้เย็น และความคิดนี้จะไม่มีวันเป็นจริงได้หากปราศจากความคิดสร้างสรรค์

เป็นความคิดสร้างสรรค์เดียวกันนี่เองที่ทำให้โลกมีสินค้าบริการใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น โซฟาที่เป็นเตียงนอน, ตู้เย็นที่ประตูเปิดได้สองทาง, เสื้อที่สวมได้สองด้านสองสไตล์, แว่นตาที่รวมเลนส์สายตาสั้นและสายตายาว, เมี่ยงคำที่เป็นมวน, ขนมไทยที่เสิร์ฟในลูกมะพร้าว กินได้ทั้งขนมและมะพร้าว, ยกทรงวัดชีพจร, และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

เหล่านี้มิใช่สินค้าใหม่หรือนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก เป็นเพียงการปรับปรุงรูปแบบตามความจำเป็นใช้สอย หรือเพิ่มหน้าที่ใช้สอย หรือปรับปรุงรูปลักษณ์และภาพลักษณ์ เปลี่ยนความรู้สึกของคนที่เห็น

—-

Jonathan Schattke นักวิทยาศาสตร์สายคอมพิวเตอร์ชาวอเมริกัน กล่าวว่า “เป็นความจริงที่ว่า ความจำเป็นคือมารดาของการประดิษฐ์ แต่บิดาของมันคือความคิดสร้างสรรค์ โดยมีความรู้เป็นคนทำคลอด”

คำถามคือ คิดได้ไง?

เหล่านี้ต้องอาศัยสายตาแบบ ‘หาเรื่อง’ มองในจุดพื้นๆ ที่ไม่น่าจะประหลาด

ที่ประหลาดก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้ได้ผลมักเป็นเรื่องง่ายๆ ง่ายจนบางคนบอกว่ามันง่ายเกินไป จึงมองข้ามมันไป ดังเช่นในกรณีของแตงโมสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นการโยงเชื่อมกันระหว่างแตงโมที่มีอยู่แล้วกับตู้เย็นที่มีอยู่แล้ว

ทำอย่างไรเราจึงจะมองโอกาสและความคิดสร้างสรรค์นี้ออก? ทำอย่างไรจึงจะมองเห็นเส้นสายที่เชื่อมโยงหลายสิ่งที่มีอยู่แล้ว?

คำตอบก็คือเรื่องพื้นฐานที่สุดของการ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ นั่นคือ การเปิดใจ เปิดหัวสมอง มองออกนอกกรอบเดิม มองข้ามกติกาเดิม ความเชื่อเดิม ค่านิยมเดิม ตัดเรื่องถูก-ผิด ดี-ไม่ดี ออกไปก่อนชั่วคราว แล้วฝึกมองบ่อยๆ !

—-

Credit : บทความ “แตงโมสี่เหลี่ยม” โดย วินทร์ เลียววาริณ

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s